|
โอกาส
ตอนนี้บ่ายสามจะบ่ายสี่แล้วของวันเสาร์ ผมพอจะว่างขอปั่นต้นฉบับ GM เรียนรู้ล่วงหน้าแล้วกันครับ เริ่มกันเลยครับ
วันนี้ผมเห็นแม่บ้านประจำออฟฟิศแล้วเกิดจินตนาการบางอย่างขึ้น แม่บ้านคนนี้เป็นคนตั้งใจทำงาน เก็บรายละเอียดดี ประหยัดและมัธยัสถ์ เห็นค่าของสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆของออฟฟิศ หลายชิ้นที่เราไม่ใช้และโยนทิ้งลงถังขยะกัน คุณแม่บ้านคนนี้ก็มักจะหยิบมารีไซเคิลใช้อยู่บ่อยๆ นอกจากนี้ แกยังเป็นคนที่ซักไซ้ไล่เรียงในสิ่งที่ตนสงสัยอย่างละเอียดยิบ จนบ่อยครั้งผมคิดว่า ถ้าแกมีโอกาสทางการศึกษามากกว่านี้ ป่านนี้แกอาจจะเป็นผู้จัดการแผนกบัญชีในบริษัทยักษ์ใหญ่ก็เป็นได้
และเช่นกัน บ่อยครั้งเวลาผมขับรถกลับบ้านผ่านป้อมยามของคอนโด ผมเห็นรปภ.ทีไร ผมก็คิดอยู่เสมอว่า ถ้าพี่ๆรปภ.เหล่านี้มีฐานะทางบ้านที่ดี มีโอกาสเรียนสูงๆ แกอาจจะเป็นวิศวกรใหญ่หรือนายแพทย์ชื่อดังก็เป็นได้
ทั้งหมดนี้อาจเป็นเพราะเพียงคำๆเดียวก็ได้ คือ “โอกาส” คำว่า “โอกาส” นี่เอง ที่ผมมักเอามาเตือนสติตัวเองบ่อยๆ รวมถึงมองคนรอบข้างว่า บางครั้งการที่เรามีหน้าที่การงานหรือธุรกิจที่ใหญ่โตนั้น ส่วนหนึ่งอาจจะเพียงเพราะว่า เรามี โอกาสที่ดี ตัวอย่างเช่น โอกาสทางการศึกษา โอกาสในการลงทุนเพื่อลองผิดลองถูก หรือมีโอกาสที่มีสายป่านยาว และโอกาสอีกมากมายก่ายกองที่ผมเคยได้รับ ดังนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นตามมาในสมองก็คือความคิดที่ว่า “เราไม่ได้เก่งมากมายอะไรหรอก อาจเพียงเพราะเรามีโอกาสอำนวยกว่าคนอื่นเท่านั้นเอง” สิ่งนี้ไม่ใช่การดูถูกตัวเอง แต่กลับกัน มันเป็นความรู้สึกเจียมตัวและอัตตาที่เล็กลงมากกว่า… กลับมาที่เรื่องของโอกาสต่อนะครับ มีเรื่องอยากแชร์นิดนึงครับ
ครั้งหนึ่งตอนผมอยู่ที่ทำงานเก่าในฐานะผู้จัดการฝ่ายการตลาด วันหนึ่งช่วงพักกลางวันมีน้องผู้หญิงคนหนึ่งเดินดุ่ย ตรงเข้ามาสมัครงานที่ออฟฟิศ ในตำแหน่งเจ้าหน้าที่การตลาด ตอนนั้นพนักงานพักกลางวันกันหมดแล้ว ผมเลยบอกให้เธอเตรียมเอกสารสมัครงาน และกรอกใบสมัครงานก่อน พอเธอกรอกเสร็จ ผมหยิบใบสมัครขึ้นมาดู ปรากกฎว่าเธอจบสายคุรุศาสตร์ ปัจจุบันทำงานเป็นครูโรงเรียนประถมอยู่ครับ ผมถามเธอว่า “ไม่ได้จบและทำงานการตลาด จะมาทำงานการตลาดได้อย่างไร” เธอตอบกลับถามด้วยประโยคสั้นๆว่า “หากที่นี่มีการสอนงานในช่วงเริ่มต้น เธอพร้อมจะศึกษาและเรียนรู้งาน เธอมั่นใจว่าเธอพร้อมสำหรับงานนี้และจะสู้งานอย่างเต็มที่” ก่อนจะตบท้ายด้วยคำพูดสั้นๆว่า “เธอขอแค่โอกาส” และด้วยแววตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่นของเธอ ทำให้ผมรู้สึกถึงคลื่นบางอย่างที่สามารถสัมผัสได้ ผมตัดสินใจรับเธอเข้าทำงาน และด้วยระยะเวลาอันสั้น เธอกลายเป็นเจ้าหน้าที่การตลาดประจำออฟฟิศที่เก่งเอาการทีเดียวเลย จนทุกวันนี้เธอมีหน้าที่ในสายงานการตลาดที่ก้าวหน้าพอตัวเลยครับ
อีกครั้งที่เกิดกับตัวผมเอง ครั้งหนึ่งผมไปสมัครงานแห่งหนึ่งในตำแหน่งที่ผมไม่มีความรู้ในสายงานเอาเสียเลย ด้วยอะไรบางอย่างไม่ทราบได้ เอ็มดีบริษัทนั้นเรียกผมสัมภาษณ์ ผมเตรียมตัวไปอย่างดีและพูดคุยกับเจ้าของบริษัทเป็นชั่วโมงเลยครับ แต่ผลสุดท้ายก็ยังถูกปฏิเสธเพียงเพราะไม่มีประสบการณ์ด้านนี้มาก่อน แต่ด้วยความอยากทำงานที่ท้าทาย ผมยื่นข้อเสนอขอทำงานให้บริษัทนี้ฟรีเป็นเวลา 3 เดือน เพียงเพื่อจะแสดงให้เห็นว่าผมมาด้วยใจและพร้อมจะเรียนรู้งานที่บริษัทนี้ แต่ก็เหมือนเดิมครับ ผมถูกปฏิเสธอีกครั้ง ด้วยเหตุผลที่ว่าทางบริษัทไม่พร้อมที่จะเสี่ยงกับผม งานของเขาเป็นงานใหญ่ที่กำลังเร่งและยังเป็นงานที่ใช้ความรับผิดชอบสูงอีกด้วย
ครึ่งปีผ่านไป ผมได้รับการติดต่อจากเจ้าของบริษัท คราวนี้เขาเรียกผมไปทำงานในอีกตำแหน่งหนึ่ง ที่ผมไม่ได้สมัครไปก่อนหน้า แต่กลับเป็นตำแหน่งที่สูงกว่าเดิม คำแรกที่ผุดในหัวของผม หลังจากได้งานแล้วก็คือ ผมกำลังได้รับ “โอกาส” ดังนั้นผมต้องรักษาโอกาสนี้ให้ดีและเต็มที่กับมัน ตอนนั้นผมทำ 7 วันต่อสัปดาห์ บางวันผมเลิกงานสี่ห้าทุ่ม บางคืนก็ถึงตีสอง
แต่ทั้งหมดนี้ เป็นเพียงเพราะผมเห็นคุณค่าของคำว่า “โอกาส” นั่นเอง บ่อยครั้งที่ผมมีโอกาสรับคนเข้าทำงาน และผมมักจะตื่นเต้นที่จะรับคนที่ไม่ได้จบตรงกับสายงานเสียทีเดียวแต่เขาต้องการแค่โอกาสและการพิสูจน์ตนเอง และแน่นอนครับ ผมรับคนทำงานด้วยแววตาและความมุ่งมั่นมากกว่าวุฒิปริญญาหรือประสบการณ์ และเช่นกัน บ่อยครั้งที่ผมจะได้รับผลงานที่น่าชื่นใจ ตกใจ ตื่นเต้นและประทับใจอยู่เสมอๆ จากบุคคลเหล่านั้น
หรือจะเป็นเรื่องใกล้ตัวกว่านี้ก็มีครับ พนักงานโกลเบิล อาร์ต บางคน สมัครงานกับทางเราถึง 7 ครั้ง กว่าจะได้ทำงานที่นี่ ไม่ใช่เพราะไม่มีความสามารถ แต่เป็นเพราะโอกาสและตำแหน่งที่เหมาะสมในช่วงนั้นๆยังไม่มี และแน่นอน หลังจากที่พนักงานคนนั้นได้ร่วมงานกับเรา เขาได้สร้างผลงานพลิกโลกเลยทีเดียวครับ เรียกว่าพอได้รับ “โอกาส” เขาก็ปล่อยของออกมาแบบไม่บันยะบันยัง ทำให้ผมต้องรู้สึก “ว้าว” กับงานของเขาอยู่บ่อยๆ
หรือใกล้ตัวที่สุดสำหรับผมคือ “โอกาสทางการศึกษา” แค่นึกถึงพ่อแม่เราที่ส่งเสียให้ผมเรียนหนังสือ เอาแค่อ่านออกเขียนได้ บวกลบคูณหารได้ ก็เป็นโอกาสที่วิเศษสุดในชีวิตนี้แล้ว บ่อยครั้งผมคิดว่าจะเกิดอะไรขึ้น ถ้าพ่อแม่ผมไม่ส่งผมเข้าโรงเรียน ป่านนี้ผมอาจจะอ่านหรือเขียนหนังสือไม่เป็น ค้าขายหรือซื้อของอะไรก็ไม่ได้เพราะบวกลบเลขไม่เป็นเหมือนชาวบ้านเขา โอกาสการศึกษาที่แม้เพียงเล็กน้อยเช่นนี้ ก็ทำให้ผมสำนึกบุญคุณคุณพ่อคุณแม่จนหาอะไรมาทดแทนได้ยากยิ่งแล้วครับ
เพราะโอกาส ทำให้เรามีโอกาส เพราะสำนึกบุญคุณของโอกาส ทำให้เราเจียมตัวและไม่ถือตนว่าเก่งโก้แต่อย่างไร เพราะโอกาสทำให้ตัวตนเราไม่หนา อัตตาเราไม่เยอะ ทำให้เราอยู่ในโลกได้อย่างเข้าอกเข้าใจตนเองและผู้อื่น และเพราะคำว่า “โอกาส” นี่เอง ทำให้ผมเขียนประโยคสั้นๆเพื่อจะฝากไว้ให้ผู้อ่านว่า...
“คนไม่มีโอกาส ต้องรู้จักแสวงหาโอกาส คนที่มีโอกาสแล้ว ก็ต้องรู้จักรักษาโอกาส คนที่รักษาโอกาสได้แล้ว ก็อย่าลืมเผื่อแผ่โอกาสให้กับคนอื่น” ผมเชื่ออย่างนั้นครับ |







